![]()
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำธุรกิจส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ การขนส่งทางน้ำด้วยเรือขนาดใหญ่ด้วยตู้คอนเทนเนอร์มือสองถือเป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัย คุ้มค่าเพราะขนส่งได้คราวละมากๆ และประหยัดต้นทุนได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับการขนส่งประเทศอื่น ซึ่งในปัจจุบันตู้คอนเทนเนอร์มือสองยังถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นสถานที่ ร้านค้า บ้านพัก ร้านอาหาร สำนักงานสำเร็จรูป ออฟฟิศ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก่อนจะเลือกซื้อตู้คอนเทนเนอร์มือสองเพื่อไปทำธุรกิจใดๆ ก็แล้วแต่ คุณควรทำความรู้จักกับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเลือกใช้ได้ถูกประเภทและคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด
ตู้คอนเทนเนอร์คืออะไร?
ตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box) คือ ตู้ขนาดใหญ่ที่ผลิตด้วยเหล็กหรืออลูมิเนียม เพื่อใช้บรรจุสินค้าสำหรับการขนส่งทางเรือที่ต้องใช้ระยะเวลานานอย่างน้อย 15 วัน ดังนั้นภายนอกของตู้คอนเทนเนอร์นั้นจะต้องมีความแข็งแรง มี Slot เพื่อใช้ยึดตู้คอนเทนเนอร์แต่ละตู้ให้ติดกัน มีสีสันหลากหลายและหลายขนาดตามความต้องการใช้งาน
คุณสมบัติของตู้คอนเทนเนอร์ที่ดีมีอะไรบ้าง?
ตู้คอนเทนเนอร์นั้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการขนส่งทางน้ำ โดยเฉพาะทางทะเลที่กินระยะเวลาหลายวันดังนั้นตู้คอนเทนเนอร์ที่แม้จะเป็นมือสองก็ควรมีคุณภาพได้มาตรฐาน ดังนี้
- ตู้อคอนเทนเนอร์จะต้องมีขนาดมาตรฐาน ภายนอกทำด้วยเหล็กหรืออลูมิเนียม มีลักษณะเป็นลอนคลื่นเพื่อความสะดวกในการนำมายึดต่อกัน
- ตู้คอนเทนเนอร์ที่ดีต้องมีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักที่สามารถซ้อนกันได้อย่างน้อย 10 ชั้น
- ตู้คอนเทนเนอร์ส่วนใหญ่จะมีประตู 2 บาน พร้อมที่ล็อคตู้ด้วยการคล้อง Seal ซึ่งอาจทำด้วยตะกั่วหรือพลาสติก ในปัจจุบันยังมีการล็อคแบบ Electronic Seal ที่สามารถหาตำแหน่งของการเคลื่อนย้ายตู้สินค้าระหว่างขนส่งได้ด้วย
- ภายในของตู้คอนเทนเนอร์นั้นจะต้องเป็นที่โล่งกว้างเพื่อวางสินค้า
![]()
ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์
การขนส่งสินค้าแต่ละประเภทนั้นจำเป็นต้องเลือกตู้คอนเทนเนอร์ที่เหมาะสม ก่อนจะเลือกซื้อตู้คอนเทนเนอร์สักตู้นั้น คุณควรทำความรู้จักประเภทและเลือกใช้ให้เหมาะสมด้วย ดังนี้
1.) ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Dry Box หรือ Dry Cargoes
เป็นตู้คอนเทนเนอร์สำหรับใส่สินค้าทั่วไปที่ไม่ต้องการรักษาอุณหภูมิ แต่ละขนาดนั้นก็เหมาะกับการสินค้าที่แตกต่างกัน เช่น ขนาด 20 ฟุต เหมาะสำหรับสินค้าที่มีปริมาตรและน้ำหนักไม่มาก เช่น อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง เสื้อผ้า เป็นต้น
ส่วนขนาด 40 ฟุต/40 ฟุตไฮคิว/45 ฟุตไฮคิว เหมาะสำหรับสินค้าปริมาตรเยอะแต่น้ำหนักไม่มากเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางรถยนต์ กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น
สินค้าที่ขนส่งโดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Dry Box นั้นต้องมีการทำที่กั้นเพื่อป้องกันสินค้าเคลื่อนที่จนเกิดความเสียหายระหว่างขนส่งดังนั้นอาจใช้ถุงกระดาษเป่าลม ( Balloon Bags) วางอัดบริเวณที่มีช่องว่างหรือใช้ไม้มากั้นที่เรียกกันว่า Wooden Partition หรือหากใช้เชือกไนลอนรัดหน้าตู้ ก็จะเรียกว่า Lashing
2) ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Reefer หรือ Refrigerator Cargoes
เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่มีเครื่องทำความเย็น สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในตู้ได้ ระหว่าง +25 ถึง – 25 องศาเซลเซียส แต่หากเป็นตู้คอนเทนเนอร์ประเภท Super Freezer อาจปรับอุณหภูมิได้มากถึง -60 องศาเซลเซียส เลยก็ได้ โดยเครื่องทำความเย็นนี้อาจจะติดอยู่กับตัวตู้มีปลั๊กเสียบจากนอกตู้ โดยจะต้องมีที่วัดอุณหภูมิแสดงให้เห็นสถานะของอุณหภูมิของตู้สินค้า
สำหรับตู้คอนเทนเนอร์แบบ Reefer นั้นเหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าที่ต้องการการรักษาอุณหภูมิที่คงที่ เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลไม้ ไอศกรีม ช็อคโกแลต ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท สารเคมีในห้องทดลอง
3) ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Open Top
เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่มีหลังคา สำหรับใช้ในการวางสินค้าขนาดใหญ่มีความสูงเกินกว่า 2.7 เมตร ไม่สามารถเคลื่อนย้ายผ่านประตูตู้ได้ต้องอาศัยการเคลื่อนลงจากด้านบนแทน ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Open Top ส่วนใหญ่จะมีขนาด 40 ฟุต
สินค้าที่ขนส่งผ่านตู้คอนเทนเนอร์แบบ Open Top ได้แก่ เครื่องจักร ท่อ วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ หรือ ยานพาหนะที่มีลักษณะสูงเป็นพิเศษ
![]()
4) ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Flat Rack
เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่มีพื้นราบ เปิดโล่งทั้งด้านบนและด้านข้าง มีขนาดกว้างและยาว ตามมาตรฐานตู้คอนเทนเนอร์ มีฐานพื้นสำหรับใส่สินค้าที่มีขนาดใหญ่ กว้างหรือสูงเป็นพิเศษ มีทั้งขนาด 20 ฟุต และ 40 ฟุต
สำหรับสินค้าที่ขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์แบบ Flat Rack ได้แก่ เครื่องจักร , แท่งหิน , ประติมากรรม , รถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่ , ท่อชนิดต่างๆ เป็นต้น
5) ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Garment
เป็นตู้สินค้าที่ออกแบบสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้าที่ประเภทเสื้อผ้าที่ไม่ต้องการการพับหรือบรรจุหีบห่อเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้ายับ ดังนั้นภายในก็จะมีราวแขวนผ้าด้วย
6) ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Ventilated
เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ออกแบบเป็นพิเศษมีช่องระบายอากาศ เพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะ
7) ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Tank หรือ ISO Tank
เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ออกแบบมาให้เป็นเหมือนถังบรรจุของเหลว ที่มีโครงขนาดเท่าคอนเทนเนอร์ทั่วไปครอบอยู่ สามารถบรรจุของเหลวได้มากกว่าการบรรจุใส่ถังธรรมดาทั้งยังขนย้ายได้ง่ายกว่า
ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Tank หรือ ISO Tank สามารถใช้ขนส่งของเหลวที่เป็นอันตรายได้ด้วย วามจุของถังจะอยู่ที่ 11,000 ลิตรถึง 26,000 ลิตร
![]()
เมื่อคุณรู้จักตู้คอนเทนเนอร์แต่ละประเภทแล้ว การเลือกร้านค้าเพื่อซื้อตู้คอนเทนเนอร์ก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะตู้คอนเทนเนอร์ที่วางขายในตลาดส่วนใหญ่เป็นตู้คอนเทนเนอร์มือสองที่มีราคาถูกกว่าตู้คอนเทนเนอร์ใหม่
ดังนั้นควรเลือกร้านที่คุณมั่นใจในคุณภาพและบริการครบวงจรอย่าง THAICONTAINERGROUP เราจัดจำหน่ายตู้คอนเทนเนอร์มือสองสภาพดี ในราคาการันตีว่าถูกที่สุดในประเทศไทย พร้อมด้วยบริการแบบ ONE STOP SERVICES นอกจากขายตู้คอนเทนเนอร์มือสองแล้ว เรายังมีบริการดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์มือสองเป็นร้านค้า บ้านพัก ร้านอาหาร สำนักงานสำเร็จรูป ออฟฟิศ ตามความต้องการของคุณด้วยช่างมืออาชีพ เนรมิตได้ทุกความต้องการ ด้วยปรัชญาการบริการอย่างมีคุณภาพ ตามความพึงพอใจของลูกค้า ในราคาราคาที่จับต้องได้